ปัญหาหน้าเป็นหลุมสิวที่ทำให้ผิวที่ไม่เรียบเนียน ย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นใจโดยตรง การทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าหลุมสิวเกิดจากอะไร และหลุมสิวมีกี่แบบจะช่วยให้เราสามารถเลือกวิธีรักษาหลุมสิวที่ถูกต้องและตรงจุดที่สุด ในปัจจุบันมีนวัตกรรมการรักษาหลายรูปแบบ ที่ Naruchon Clinic เราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์สภาพผิวอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการฟื้นฟูผิวให้กลับมาเติมเต็มและเรียบเนียนอีกครั้ง บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับประเภทหลุมสิวและอัปเดตรูปแบบการรักษาล่าสุด
หลุมสิว (Atrophic Scars) คืออะไร?
หลุมสิว คือ รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวอักเสบ เมื่อเกิดการอักเสบอย่างรุนแรงภายใต้ชั้นผิวหนัง เนื้อเยื่อและคอลลาเจนบริเวณนั้นจะถูกทำลายลง ร่างกายจึงพยายามสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทน แต่หากการสร้างคอลลาเจนนั้นไม่เพียงพอหรือขาดความต่อเนื่อง จะทำให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวเกิดการยุบตัวลง เกิดเป็นรอยบุ๋ม ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน ขรุขระ เหมือนผิวเปลือกส้ม
สิวแบบไหนที่เสี่ยงทำให้เกิดหลุมสิวมากที่สุด
ไม่ใช่สิวทุกประเภทจะทิ้งรอยหลุมไว้ แต่สิวอักเสบชนิดรุนแรง โดยเฉพาะสิวหัวช้าง (Cystic Acne) และสิวอักเสบแดงก้อนลึก เนื่องจากสิวประเภทนี้มีการติดเชื้อแบคทีเรียลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ และมีหนองกัดกินเนื้อเยื่อโดยรอบเป็นบริเวณกว้าง ยิ่งปล่อยทิ้งไว้ หรือมีพฤติกรรมแกะ บีบสิวอย่างผิดวิธี จะยิ่งไปกระตุ้นให้เนื้อเยื่อถูกทำลายมากขึ้น เพิ่มโอกาสการเกิดพังผืดดึงรั้งผิวจนเป็นหลุมสิวถาวร
ทำความรู้จัก 3 ประเภทหลุมสิว พร้อมลักษณะเด่น

เพื่อให้การวิธีรักษาหลุมสิวได้ผลลัพธ์ที่ดี เราจำเป็นต้องแยกประเภทของหลุมสิวให้ออก เพราะหลุมสิวแต่ละประเภทมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้
Ice-pick Scars (หลุมสิวแคบและลึก)
Ice-pick Scars ถือเป็นรอยแผลที่มีลักษณะเป็นรอยหลุมลึก ปากแผลแคบไม่เกิน 2 มิลลิเมตร รูปร่างเหมือนถูกน้ำแข็งเจาะลงไปเป็นรูปตัว V ความลึกของหลุมมักลงไปถึงชั้นผิวหนังแท้หรือชั้นใต้ผิวหนัง ทำให้การรักษาด้วยการทายาเพียงอย่างเดียวไม่เห็นผล จำเป็นต้องใช้การเลเซอร์ที่มีพลังงานสูงหรือเทคนิคแต้มกรด TCA เพื่อกระตุ้นให้ก้นหลุมตื้นขึ้น
Box Scars (หลุมสิวขอบชัด กว้างเป็นแอ่ง)
Box Scars คือ มีลักษณะคล้ายกล่องหรือบ่อรูปตัว U ปากหลุมและก้นหลุมมีความกว้างเท่า ๆ กัน ขอบหลุมชัดเจน ความลึกมีตั้งแต่ตื้นไปจนถึงลึกประมาณ 3-4 มิลลิเมตร สาเหตุหลักมักเกิดจากสิวอักเสบเม็ดใหญ่ หรือรอยแผลจากโรคอีสุกอีใส การรักษาต้องทำโปรแกรมเลเซอร์ปรับสภาพผิว หรือการทำ Subcision เพื่อยกฐานหลุม เน้นการลบขอบหลุมให้มนลงควบคู่ไปกับการเติมเต็มเนื้อเยื่อตรงกลางหลุมให้ฟูขึ้น
Rolling Scars (หลุมสิวโค้งกว้างเป็นคลื่น)
Rolling Scars มีลักษณะเป็นแอ่งกว้างตื้น ๆ ปากหลุมไม่ชัดเจน ผิวดูเป็นคลื่น เกิดจากมีพังผืดดึงรั้งชั้นผิวหนังแท้ให้ยุบตัวลง การรักษาต้องตัดพังผืดที่ยึดเกาะอยู่ใต้ผิวออก เพื่อทำให้ผิวตื้นขึ้น โดยมักใช้การเซาะพังผืดร่วมกับการกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อให้ผิวหน้ามีความเรียบเนียน สม่ำเสมอทั่วกัน ทั้งนี้นอกจากรอยหลุมสิวชนิดยุบตัวแล้ว แผลเป็นจากสิวยังสามารถพบในรูปแบบของรอยนูนได้อีกด้วย ได้แก่:
- Keloid Scar (แผลเป็นคีลอยด์): รอยนูนแข็งที่มีการเจริญเติบโตขยายใหญ่เกินขอบเขตของแผลสิวเดิม มักมีอาการคันหรือเจ็บร่วมด้วย รักษายากกว่าแผลเป็นนูนทั่วไป
- Hypertrophic Scar (แผลเป็นนูน): รอยนูนที่เกิดจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปในกระบวนการสมานแผล แต่จะนูนอยู่แค่ในขอบเขตของแผลเดิมเท่านั้น
วิธีรักษาหลุมสิวล่าสุดและลดรอย ที่ Naruchon Clinic
ที่ Naruchon Clinic เราเข้าใจดีว่าปัญหาหลุมสิวของแต่ละคนมีความซับซ้อนต่างกัน เราจึงไม่ใช้วิธีรักษาเพียงรูปแบบเดียว แต่เน้นการออกแบบโปรแกรมการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพื่อให้การ รักษาที่มีประสิทธิภาพ

การเซาะพังผืด
การเซาะพังผืด หรือ Subcision หลุมสิว เป็นเทคนิคการรักษาหลุมสิวที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา Rolling Scars ที่มีพังผืดดึงรั้งใต้ผิวหนัง โดยแพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กสอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อตัดเส้นใยพังผืดที่ยึดเกาะผิวให้ขาดออกจากกัน เมื่อพังผืดถูกตัดออก ผิวบริเวณที่เป็นหลุมจะถูกยกตัวขึ้นทันที และเกิดกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ในช่องว่าง นิยมทำควบคู่ไปกับการฉีดสารเติมเต็มหรือ Biostimulator เพื่อป้องกันพังผืดกลับมาเกาะซ้ำ
แต่ Edolift x คือเทคโนโลยีเซาะพังผืดที่เหนือว่า ด้วยการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาหลุมสิวได้อย่างตรงจุด สามารถช่วยให้ หลุมสิวกลับมาเต็มตื้นขึ้นได้ใน 1 ครั้ง จุดเด่นสำคัญคือการเน้นผลลัพธ์แบบทำครั้งเดียวเห็นผล โดยที่คนไข้ ไม่ต้องกลับมาทำซ้ำ ไม่ต้องทำหัตถการอื่น ๆ ต่อ ทำเพียงโปรแกรม Edolift x เพียงอย่างเดียวหลุมสิวก็ตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วยลดขั้นตอนความยุ่งยากและลดการเจ็บตัวหลายรอบ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการกู้ผิวหน้าให้เรียบเนียนแบบเร่งด่วนและต้องการประสิทธิภาพสูงสุดจากการรักษาเพียงครั้งเดียว
ข้อดีของการเซาะพังผืด
- แก้ปัญหาหลุมสิวที่มีพังผืดดึงรั้งลึกๆ ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ
- เมื่อผสานกับเทคโนโลยี Edolift x จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
- ผิวหน้าบริเวณที่เป็นหลุมจะยกตัวขึ้นทันทีหลังทำ
ข้อควรระวังของการเซาะพังผืด
- อาจมีรอยช้ำ บวม หรือจุดเลือดออกเล็กน้อยบริเวณที่สอดเข็ม ซึ่งจะหายไปเองในไม่กี่วัน
- ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนเส้นเลือดหรือเส้นประสาทสำคัญ
การเซาะพังผืดเหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวประเภท Rolling Scars หรือหลุมสิวแบบแอ่งกระทะกว้างๆ
- ผู้ที่มีพังผืดดึงรั้งใต้ผิวหนังรุนแรง และรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ค่อยเห็นผล
- ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว
การรักษาด้วยเลเซอร์
นวัตกรรมเลเซอร์เป็นการรักษาที่ Naruchon Clinic เลือกใช้ โดยเฉพาะโปรแกรม Pico Laser และ โปรแกรม Fractional CO2 ที่มีความแม่นยำสูง พลังงานเลเซอร์จะถูกส่งลงไปกระตุ้นเซลล์ผิวในชั้นลึกให้เกิดการซ่อมแซมตัวเอง และสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อเติมเต็มหลุมให้ตื้นขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปรับสภาพผิวหน้าให้เรียบเนียน รูขุมขนกระชับ และลดรอยดำรอยแดงจากสิวไปพร้อมกัน แต่การรักษาด้วยเลเซอร์ต้องอาศัยเทคนิคจากแพทย์ ในการปรับตั้งค่าพลังงานให้เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ดี
ข้อดีของการรักษาด้วยเลเซอร์
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นอย่างยั่งยืน
- ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดรอยดำ รอยแดงจากสิวไปพร้อมๆ กัน
- ฟื้นฟูสภาพผิวโดยรวมให้ดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้น
ข้อควรระวังของการรักษาด้วยเลเซอร์
- หลังทำผิวจะมีความไวต่อแสงแดดมาก ต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและทากันแดดอย่างเคร่งครัด
- อาจมีอาการหน้าแดง ตกสะเก็ด หรือลอกบางๆ ในช่วง 3-7 วันแรกหลังทำ
การรักษาด้วยเลเซอร์เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวประเภท Box Scars และ Ice-pick Scars (ระดับไม่ลึกมาก)
- ผู้ที่ต้องการรักษาหลุมสิวควบคู่ไปกับการลดรอยดำรอยแดงและกระชับรูขุมขน
- ผู้ที่มีเวลาพักฟื้นผิวหน้าได้ระยะหนึ่งหลังการทำเลเซอร์
การใช้คลื่นวิทยุ (Radiofrequency – RF Microneedling)
RF Microneedling เป็นเทคโนโลยีการรักษาหลุมสิว ที่ใช้หัวเข็มขนาดเล็กจำนวนมากปล่อยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency) ลงสู่ชั้นผิวหนังแท้โดยตรง ช่วยแก้ปัญหาหลุมสิวได้ทั้งความลึกและความกว้าง ความร้อนจากคลื่นวิทยุจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้ พร้อมทั้งช่วยกระชับผิวหน้า เหมาะสำหรับหลุมลึกและผิวที่ขาดความยืดหยุ่น ข้อดีคือมีระยะเวลาพักฟื้นสั้น และลดความเสี่ยงการเกิดรอยดำหลังทำเมื่อเทียบกับเลเซอร์ชนิดอื่น ๆ
อดีของการใช้คลื่นวิทยุ
- ส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ได้แม่นยำโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน
- มีระยะเวลาในการพักฟื้นสั้นกว่าเลเซอร์บางชนิด หน้าไม่ลอกรุนแรง
- ลดความเสี่ยงในการเกิดรอยดำหลังการรักษา (PIH) เหมาะกับผิวคนเอเชีย
ข้อควรระวังของการใช้คลื่นวิทยุ
- อาจรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ระหว่างทำ (มีการทายาชาช่วยลดความรู้สึก)
- หลังทำอาจมีอาการบวมแดงเล็กน้อยประมาณ 1-2 วัน
การใช้คลื่นวิทยุเหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวลึกและผิวขาดความยืดหยุ่นร่วมด้วย
- ผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาพักฟื้น และต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาหน้าลอกตกสะเก็ด
- ผู้ที่มีความกังวลเรื่องรอยดำคล้ำหลังการทำเลเซอร์แบบเดิมๆ
การรักษาหลุมสิวด้วยวิธีอื่นๆ
นอกเหนือจากเทคโนโลยีหลักที่กล่าวมา หากใครที่กำลังหาข้อมูลว่า หน้าเป็นหลุมแก้ยังไง ทางการแพทย์ยังมีวิธีอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้รักษาเดี่ยวๆ หรือใช้ร่วมกันเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้เร็วกว่าเดิม ดังนี้
1. การแต้มกรด TCA (TCA CROSS)
เป็นการใช้กรด Trichloroacetic acid ความเข้มข้นสูงแต้มลงไปที่ก้นหลุมสิวโดยตรง ตัวยาจะไปทำปฏิกิริยากระตุ้นให้เกิดการอักเสบอ่อนๆ ส่งผลให้ร่างกายเร่งสร้างคอลลาเจนใหม่ดันให้ก้นหลุมตื้นขึ้นมา
ข้อดี
- เป็นวิธีที่ได้ผลดีมากสำหรับหลุมสิวที่ลึกและแคบซึ่งเลเซอร์เข้าไม่ถึง
- ค่าใช้จ่ายไม่สูงมากเมื่อเทียบกับการใช้เครื่องมือเลเซอร์ขนาดใหญ่
ข้อควรระวัง
- ต้องใช้ความเชี่ยวชาญของแพทย์สูง หากแต้มพลาดอาจทำให้แผลกว้างขึ้น
- หลังทำจะมีสะเก็ดสีน้ำตาลเข้มบริเวณที่แต้ม ต้องรอให้หลุดเองห้ามแกะเด็ดขาด
เหมาะกับใคร
- เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวชนิด Ice-pick Scars ปากแคบแต่ลึก
- ผู้ที่มีรอยหลุมสิวแบบ Box Scars ขนาดเล็กๆ
2. การฉีดสารเติมเต็ม (Dermal Fillers)
เป็นการฉีดสาร Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปใต้รอยหลุมสิว เพื่อเติมเต็มช่องว่างที่ยุบตัวลง ทำให้ผิวหน้าบริเวณที่เป็นหลุมฟูขึ้นและดูเรียบเนียนเสมอกับผิวรอบข้างในทันที
ข้อดี
- เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังฉีด ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น ไม่มีรอยแผลตกสะเก็ด
ข้อควรระวัง
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร สารฟิลเลอร์จะสลายไปเองใน 6-12 เดือน ต้องมาฉีดซ้ำ
- หากมีพังผืดหนามาก ต้องทำการเซาะพังผืด (Subcision) ก่อนฉีดฟิลเลอร์
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวประเภท Rolling Scars หรือ Box Scars ขนาดกว้าง
- ผู้ที่ต้องการความสวยเร่งด่วน ต้องใช้หน้าออกงาน ไม่มีเวลาพักฟื้น
3. การฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator)
เป็นการฉีดตัวยาที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินด้วยกลไกธรรมชาติของร่างกาย ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในให้แข็งแรงและหลุมสิวค่อยๆ ตื้นขึ้น
ข้อดี
- ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนานกว่าฟิลเลอร์ (1-2 ปี)
- ช่วยพัฒนาคุณภาพผิวโดยรวมให้ดูฟู เด้ง และสุขภาพดีขึ้น
ข้อควรระวัง
- ไม่เห็นผลทันที ต้องรอให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน ใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์
- อาจมีรอยเข็มหรืออาการบวมเล็กน้อยในวันแรกหลังฉีด
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การรักษาหลุมสิวที่ยั่งยืน เน้นการสร้างผิวใหม่จากภายใน
- ผู้ที่มีปัญหาผิวเหี่ยวย่น รูขุมขนกว้าง ร่วมกับปัญหาหลุมสิว
4. การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peeling)
เป็นการใช้น้ำยาเคมีเกรดทางการแพทย์ ทาลงบนผิวเพื่อผลัดเซลล์ผิวชั้นบนที่ตายแล้วออกไป ช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวชั้นล่างให้แบ่งตัวใหม่ ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้นและรอยสิวดูจางลง
ข้อดี
- ช่วยลดรอยดำ รอยแดงจากสิว และความหมองคล้ำได้ดีเยี่ยม
- ราคาเข้าถึงง่าย เป็นวิธีที่ช่วยเตรียมผิวให้พร้อมรับการรักษาอื่นๆ ได้ดี
ข้อควรระวัง
- ไม่สามารถรักษาหลุมสิวที่ลึกมากๆ ได้
- ผิวจะบางและไวต่อแสงแดดชั่วคราว ต้องหลีกเลี่ยงแดดจัดอย่างเคร่งครัด
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีหลุมสิวระดับตื้นมากๆ หรือเพิ่งเริ่มมีรอยแผลเป็นจากสิว
- ผู้ที่มีปัญหารอยดำจากสิวและผิวหน้าไม่กระจ่างใสร่วมด้วย
การดูแลผิวระหว่างการรักษา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด
นอกจากการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์แล้ว การดูแลผิวด้วยตัวเองระหว่างเข้าคอร์สรักษาหลุมสิวก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้ผิวฟื้นฟูได้เต็มที่ ควรปฏิบัติตามนี้
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำ : ผิวหลังทำหัตถการจะบอบบาง ควรเลือกกันแดด SPF50 PA+++ ขึ้นไป และทาซ้ำเมื่อต้องออกแดดจัด
- เน้นการเติมความชุ่มชื้น : ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) จะช่วยให้แผลสมานตัวเร็วและลดการระคายเคือง
- งดการสครับหรือลอกผิว : ในช่วงระหว่างการรักษา ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือเม็ดสครับที่รุนแรง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เยอะ : กระบวนการสร้างคอลลาเจนต้องการน้ำและการพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อเร่งการซ่อมแซมเซลล์ผิว
รักษาหลุมสิวที่ Naruchon Clinic ดีอย่างไร
หากคุณยังลังเลในการเลือกคลินิก ที่ Naruchon Clinic เรามีความโดดเด่นด้วยเทคนิคการรักษาที่ออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาหลุมสิวที่แก้ยากโดยเฉพาะ ด้วยมาตรฐานระดับสูงดังนี้
- เทคโนโลยี Endolift X เอกสิทธิ์เฉพาะ : นวัตกรรมเซาะพังผืดพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนที่เจ็บน้อยกว่า แต่ให้ผลลัพธ์ที่หลุมสิวตื้นขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินแบบ Case by Case : เราไม่ใช้สูตรสำเร็จ แต่แพทย์จะประเมินความลึกและประเภทหลุมสิวของคุณเพื่อจัด Combination Treatment ที่ดีที่สุด
- ดูแลติดตามผลอย่างใกล้ชิด : เราใส่ใจทุกขั้นตอนตั้งแต่ก่อนทำ ระหว่างทำ และหลังทำ เพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้จะได้รับผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและน่าพึงพอใจที่สุด
- เครื่องมือแท้ มาตรฐานสากล : เราเลือกใช้เฉพาะเลเซอร์และตัวยาที่ผ่านการรับรองจากอย. ปลอดภัย และมีงานวิจัยรองรับถึงประสิทธิภาพที่แท้จริง
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิวซ้ำ
- รักษาสิวตั้งแต่เนิ่น ๆ : เมื่อเกิดสิวอักเสบ ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที อย่าปล่อยให้สิวอักเสบลุกลามจนกินเนื้อเยื่อลึก
- ห้ามบีบ แกะ หรือกดสิวเอง : การกดสิวผิดวิธีจะทำให้ผนังรูขุมขนแตกและเชื้อแบคทีเรียกระจายตัว ทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลาย
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน : เลือกใช้สกินแคร์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Oil-free) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (Non-comedogenic)
- ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ : แสงแดดทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้การสมานแผลช้าลงและรอยหายยากขึ้น
- ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ : หากอยู่ระหว่างการรักษาหลุมสิว ควรดูแลผิวตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
รีวิวการรักษาหลุมสิวที่ Naruchon Clinic


สรุปบทความ
ปัญหารอยหลุมสิวเกิดจากการอักเสบของสิวที่ทำลายคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้เกิดรอยยุบตัวที่รักษายาก การรักษาหลุมสิวให้ได้ผลดี ต้องอาศัยการวิเคราะห์ประเภทของแผลเป็น เพื่อเลือกวิธีรักษาหลุมสิวที่เหมาะสม ที่ Naruchon Clinic เรามุ่งเน้นการรักษาแบบผสมผสาน ทั้งการเซาะพังผืด เลเซอร์ และ RF เพื่อกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ให้กลับมาเรียบเนียน หากเราเริ่มดูแลและป้องกันสิวอย่างถูกวิธี จะช่วยลดโอกาสการเกิดหลุมสิวซ้ำ
สำหรับใครที่กำลังกังวลใจเรื่องรอยสิวและต้องการคำปรึกษาเรื่องวิธีรักษารอยสิว สามารถทักเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ที่ Naruchon Clinic เราพร้อมดูแลให้ผิวหน้าของคุณกลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง หรือชมรีวิวรักษาหลุมสิวบนเว็บไซต์ของทางคลินิก นอกจากหลุมสิว ใครที่มีปัญหาผิวหย้อนคล้อย เรามีโปรแกรม endolift x เทคโนโลยีการยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ผ่าตัดที่ช่วยสลายไขมันส่วนเกินได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับหลุมสิว
หลุมสิวสามารถหายได้เอง 100% ไหม?
ไม่สามารถหายเองได้ 100% เนื่องจากโครงสร้างผิวหนังถูกทำลายไปแล้ว แต่การรักษาทางการแพทย์สามารถฟื้นฟูให้ผิวกลับมาเรียบเนียนได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุดถึง 70-90% ขึ้นอยู่กับชนิดของแผล
รักษาหลุมสิวให้ได้ผลต้องใช้เวลานานเท่าไหร่?
การรักษาต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง โดยทั่วไปจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนหลังทำต่อเนื่อง 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับความรุนแรง และการตอบสนองของผิวต่อ วิธีรักษาที่เลือกใช้
การบีบสิวที่ไม่รุนแรงจะทำให้เกิดหลุมสิวได้หรือไม่?
การบีบสิวที่ไม่รุนแรงจะทำให้เกิดหลุมสิวได้ หากการบีบทำลายเนื้อเยื่อรอบข้างหรือดันหัวสิวลึกลงไป การบาดเจ็บของผิวแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถกระตุ้นให้เกิดแผลเป็นได้ ดังนั้นไม่ควรบีบสิวเองในทุก ๆ กรณี