การดูแลผิวหน้าให้ดูกระชับ อ่อนเยาว์ และมีกรอบหน้าที่ชัดเจนเป็นความปรารถนาของหลายคน เทคโนโลジีที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากคือ Oligio นวัตกรรมที่ช่วยทั้งยกกระชับผิวและสลายไขมันในขั้นตอนเดียว บทความนี้ นฤชลคลินิกจะพาคุณไปทำความรู้จัก Oligio คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง รวมถึงข้อมูลสำคัญต่างๆ เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจ
Oligio คืออะไร
Oligio คือ เทคโนโลยีล่าสุดสำหรับการยกกระชับผิวหน้าและสลายไขมัน โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุชนิดขั้วเดียว (Monopolar Radio Frequency หรือ Monopolar RF) ที่ความถี่ 6.78 MHz พลังงานนี้สามารถส่งผ่านลงไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat Layer) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ พร้อมจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนเดิมให้เป็นระเบียบ ส่งผลให้ผิวมีความแน่นกระชับ ยืดหยุ่น ริ้วรอยลดเลือนลง และช่วยสลายไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและเหนียง ทำให้กรอบหน้าดูชัดเจนและเรียวขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ
หลักการทำงานของ Oligio
หลักการทำงานของ Oligio อาศัยการส่งพลังงานคลื่นวิทยุ Monopolar RF ลงสู่ชั้นผิวหนัง พลังงานความร้อนที่เกิดขึ้น (ประมาณ 40-45°C) จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์หลักในการผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) และการจัดเรียงตัวของเส้นใยคอลลาเจนเดิมให้แข็งแรงและเป็นระเบียบมากขึ้น
นอกจากนี้ ความร้อนยังช่วยสลายเซลล์ไขมันส่วนเกินใต้ผิวหนัง เมื่อคอลลาเจนได้รับการฟื้นฟูและไขมันลดลง ผิวจะดูกระชับ เต่งตึง และเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดย Oligio จะมาพร้อมกับระบบทำความเย็น (Cooling System) และระบบสั่นที่หัวเครื่องมือ ช่วยลดความรู้สึกร้อนและไม่สบายขณะรักษา ทำให้เจ็บน้อยหรือไม่เจ็บเลย
Oligio ช่วยแก้ปัญหาผิวอะไรได้
Oligio เป็นนวัตกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวหลากหลาย ทั้งเรื่องความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และไขมันสะสม โดยสามารถช่วยแก้ปัญหาผิวเหล่านี้
- ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ ลดความหย่อนคล้อย
- ลดไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและเหนียง ทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น
- แก้ไขปัญหาหนังตาตก เปลือกตาตก คิ้วตก และมุมปากตก
- ลดเลือนริ้วรอยตื้นและร่องลึกให้ดูจางลง
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่นฟูและมีความยืดหยุ่นดีขึ้น
- ฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน รูขุมขนกระชับขึ้น
- ปรับสภาพสีผิวให้ดูกระจ่างใสและมีสุขภาพดี
Oligio เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร

เพื่อให้เข้าใจว่า Oligio ตอบโจทย์ปัญหาผิวของคุณหรือไม่ ลองดูว่าใครบ้างที่เหมาะและไม่เหมาะกับการทำ Oligio
ผู้ที่เหมาะกับการทำ Oligio
- ผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้า ลดเหนียง ลดไขมันที่แก้ม โดยไม่ต้องผ่าตัด
- ผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัดเจนและดูเรียวขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยตื้น ร่องแก้มไม่ลึกมาก หรือผิวไม่กระชับ
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์ เรียบเนียน และรูขุมขนกระชับขึ้น
- ผู้ที่กลัวความเจ็บ หรือไม่ต้องการพักฟื้นนาน
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ผิวค่อยๆ ดีขึ้น
ผู้ที่ไม่เหมาะกับการทำ Oligio
- สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemaker) หรือมีโลหะฝังอยู่ในบริเวณที่ต้องการรักษา
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรงที่ยังควบคุมไม่ได้ เช่น โรคหัวใจ เบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังอักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ เช่น โรคเริม สะเก็ดเงิน
- ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่าย หรือกำลังรับประทานยาละลายลิ่มเลือด
- ผู้ที่เพิ่งทำหัตถการอื่นบนใบหน้า เช่น ฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ ควรเว้นระยะตามแพทย์แนะนำ
ข้อดีและข้อจำกัดของการทำ Oligio
การทำความเข้าใจถึงข้อดีและข้อจำกัดของ Oligio จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ข้อดีของการยกกระชับผิวด้วย Oligio
- เจ็บน้อยหรือไม่เจ็บเลย ด้วยเทคโนโลยีระบบทำความเย็นและระบบสั่นที่หัวเครื่องมือ ทำให้รู้สึกสบายขณะทำ หลายกรณีไม่ต้องทายาชา
- ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันที อาจมีรอยแดงเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองในไม่กี่ชั่วโมง
- เห็นผลลัพธ์เร็ว สามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกประมาณ 20% และผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
- กระตุ้นคอลลาเจนและสลายไขมันในขั้นตอนเดียว ช่วยให้ผิวแน่นกระชับ กรอบหน้าชัดเจนขึ้น
- เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรอง และมีความปลอดภัยสูง
- ใช้เวลาทำไม่นาน ประมาณ 20-40 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ
- เหมาะกับหลากหลายสภาพผิว สามารถทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
ข้อจำกัดของการทำ Oligio
- ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนเท่าการผ่าตัด สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก การผ่าตัดดึงหน้าอาจให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า
- ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่ถาวร โดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวและสภาพผิวของแต่ละบุคคล จึงอาจต้องทำซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์
- อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีความคาดหวังสูงมากในครั้งเดียว ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไปอย่างเป็นธรรมชาติ
- ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันในแต่ละราย
เปรียบเทียบความแตกต่างของการยกกระชับผิวด้วย Oligio และเครื่องมืออื่น
ในปัจจุบันมีเทคโนโลยียกกระชับผิวหลากหลายชนิด เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาเปรียบเทียบ Oligio กับเครื่องมือยอดนิยมอื่น
Oligio Vs Thermage
Oligio และ Thermage ต่างก็ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างหลัก คือ Thermage อาจสร้างความร้อนได้สูงกว่า (สูงถึง 60-70°C) ในขณะที่ Oligio สร้างความร้อนประมาณ 40-45°C ทำให้ Oligio มักจะเจ็บน้อยกว่าและอาจไม่ต้องทายาชา
ส่วน Thermage อาจให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานกว่า (1-2 ปี) แต่ก็อาจมีความเจ็บมากกว่า และ Oligio จะมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า Thermage ในบางกรณี Oligio จึงเหมาะกับผู้ที่กลัวเจ็บ มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง ส่วน Thermage เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนและอยู่ได้นานกว่านั่นเอง
Oligio Vs Ulthera
Ulthera ใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง (HIFU) ที่มีเทคโนโลยี DeepSEE ทำให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวขณะทำ จึงมีความแม่นยำในการส่งพลังงานไปยังชั้น SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า
Ulthera อาจให้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจนกว่า Oligio โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก และผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า (1-2 ปี) แต่ Ulthera มักมีความเจ็บมากกว่า Oligio อย่างเห็นได้ชัด และมีราคาสูงกว่า Oligio จึงเหมาะกับผู้ที่กลัวเจ็บ มีงบประมาณจำกัดกว่า และต้องการดูแลผิวชั้นหนังแท้และไขมันใต้ผิว
Oligio Vs Ultraformer MPT
Ultraformer MPT เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง (HIFU) เช่นเดียวกับ Ulthera แต่มีจุดเด่นที่หัวยิงหลากหลายและเทคโนโลยี MPT (Micro Pulsed Technology) ที่ช่วยลดความเจ็บและเพิ่มประสิทธิภาพ
Ultraformer เน้นการยกกระชับผิวชั้นลึก (SMAS) คล้าย Ulthera ในขณะที่ Oligio เน้นการทำงานที่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน โดยทั่วไป Ultraformer อาจเจ็บกว่า Oligio เล็กน้อย แต่ก็น้อยกว่า Ulthera แบบดั้งเดิม การเลือกระหว่าง Oligio กับ Ultraformer MPT ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวที่ต้องการแก้ไขและความลึกของชั้นผิวที่ต้องการให้พลังงานลงไปถึง
Oligio Vs Morpheus8
Morpheus8 เป็นเทคโนโลยี Fractional RF Microneedling คือการใช้เข็มขนาดเล็กจำนวนมาก (Microneedles) ส่งพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ลงไปใต้ผิวโดยตรง สามารถปรับระดับความลึกของเข็มได้ ทำให้รักษาได้หลายชั้นผิว
Morpheus8 มีประสิทธิภาพสูงในการปรับโครงสร้างผิว ลดรอยแผลเป็น รูขุมขนกว้าง และริ้วรอยลึกได้ดีกว่า Oligio แต่ Morpheus8 มักจะเจ็บกว่าและมีระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) นานกว่า Oligio ซึ่งอาจมีอาการบวมแดงหรือรอยเข็มเล็กน้อย Oligio ไม่ต้องพักฟื้นและเจ็บน้อยกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับ ลดไขมัน และไม่ต้องการพักฟื้น
Oligio Vs Volnewmer
Volnewmer เป็นเครื่องมือที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ Monopolar RF เช่นเดียวกับ Oligio และให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันในแง่ของการกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิว ทั้งสองเครื่องมักถูกเปรียบเทียบกันในด้านความสบายระหว่างทำและผลลัพธ์
ความแตกต่างอาจอยู่ที่รายละเอียดของเทคโนโลยีการส่งพลังงาน ระบบทำความเย็น หรือดีไซน์หัวยิง ซึ่งอาจส่งผลต่อความรู้สึกและประสิทธิภาพเล็กน้อย การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเครื่องในแต่ละคลินิกและแพทย์แนะนำ
Oligio Vs Potenza
Potenza เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยี Microneedling RF คล้ายกับ Morpheus8 แต่มีความแตกต่างที่ Potenza มีโหมดการปล่อยพลังงาน RF ที่หลากหลายกว่า (Monopolar และ Bipolar) และสามารถใช้ได้ทั้งแบบมีฉนวนและไม่มีฉนวนที่ปลายเข็ม ทำให้ปรับการรักษาได้หลากหลายตามปัญหาผิวและความลึกที่ต้องการ
Potenza เหมาะกับการปรับปรุงคุณภาพผิว ลดรอยแผลเป็น กระชับรูขุมขน และริ้วรอย เทียบกับ Oligio แล้ว Potenza จะลงลึกและตรงจุดกว่าสำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะที่ผิวชั้นบนและชั้นหนังแท้ แต่ก็อาจมีความเจ็บและระยะพักฟื้นมากกว่า Oligio ซึ่งเน้นการยกกระชับและลดไขมันแบบไม่ผ่าตัด (Non-invasive)
Oligio สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้หรือไม่

Oligio สามารถทำร่วมกับหัตถการเสริมความงามอื่นได้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น เช่น การฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดริ้วรอย การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มส่วนที่บกพร่อง หรือการทำเลเซอร์ชนิดอื่นเพื่อดูแลปัญหาผิวเฉพาะจุด
อย่างไรก็ตาม ควรเว้นระยะเวลาการทำหัตถการแต่ละชนิดให้เหมาะสมตามแพทย์แนะนำ โดยทั่วไป หากเป็นการทำพร้อมกัน แพทย์อาจเลือกทำ Oligio ก่อนการฉีดสารต่าง หรือหากทำแยกครั้ง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่ปลอดภัยและได้ผลที่ตอบโจทย์
การเตรียมตัวก่อนทำ Oligio
การเตรียมตัวก่อนทำ Oligio ไม่ยุ่งยาก โดยทั่วไปมีแนะนำดังนี้
- ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและรับแนะนำที่เหมาะสม
- แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และยาที่รับประทานเป็นประจำให้แพทย์ทราบ
- พักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันทำหัตถการ
- หลีกเลี่ยงการสครับผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวบริเวณที่จะทำประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนทำ
- งดการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ดี
ขั้นตอนการทำ Oligio
ขั้นตอนการทำ Oligio โดยทั่วไปมีดังนี้
- แพทย์จะทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะทำการรักษา
- ในบางกรณีอาจมีการทายาชา (แต่ส่วนใหญ่มักไม่ต้องทา เนื่องจากเครื่องมีระบบลดความเจ็บ)
- แพทย์จะใช้หัวเครื่องมือ Oligio สัมผัสเบาและเคลื่อนไปทั่วบริเวณผิวที่ต้องการรักษา พลังงาน RF จะถูกส่งลงไปใต้ผิว
- ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่นที่ผิว และอาจมีการสั่นเบาจากหัวเครื่องมือ
- ระยะเวลาในการทำประมาณ 20-40 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ที่ทำการรักษา
- หลังทำเสร็จ แพทย์อาจทาครีมบำรุงหรือครีมกันแดดให้
การดูแลตัวเองหลังทำ Oligio
เพื่อให้ผลลัพธ์หลังการทำ Oligio มีประสิทธิภาพและยาวนาน ควรดูแลตัวเองตามแนะนำดังนี้
- สามารถทาครีมบำรุงผิวและแต่งหน้าได้ตามปกติหลังทำ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจัดโดยตรง และควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ PA+++ ขึ้นไปเป็นประจำ
- งดการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัด หรือการอบซาวน่าในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังทำ
- ดื่มน้ำมากเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
- หลีกเลี่ยงการสครับผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ แอลกอฮอล์ หรือสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวในช่วง 1 สัปดาห์แรก
- งดการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้เต็มที่
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการทำ Oligio
Oligio เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงที่พบได้มักไม่รุนแรงและหายได้เองในระยะเวลาสั้น ได้แก่
- ผิวอาจมีรอยแดงอมชมพูเล็กน้อยในบริเวณที่ทำ ซึ่งจะค่อยจางหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง
- อาจรู้สึกอุ่นที่ผิวบริเวณที่ทำประมาณ 1-2 ชั่วโมง
- ผิวอาจรู้สึกตึงหรือแห้งเล็กน้อยในช่วง 1-2 วันแรก สามารถใช้มอยส์เจอไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้นได้
- ในบางรายที่ผิวบอบบางมาก อาจมีอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งจะค่อยยุบลงเอง
ผลลัพธ์หลังทำ Oligio เป็นอย่างไร
หลังทำ Oligio สามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีว่าผิวยกกระชับขึ้นประมาณ 20% กรอบหน้าดูชัดเจนขึ้น ผิวจะค่อยดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่จะดำเนินไปเรื่อย โดยจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเต็มที่ในช่วง 1-3 เดือนหลังทำ ผิวจะดูแน่นขึ้น เฟิร์มขึ้น ริ้วรอยเล็กดูจางลง รูขุมขนกระชับขึ้น และผิวโดยรวมดูอ่อนเยาว์และสดใสขึ้น การยกกระชับอาจเห็นผลได้ถึง 20-30% หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
รีวิวการยกกระชับผิวด้วย Oligio ที่นฤชลคลินิก
ที่นฤชลคลินิก เรามีเคส Oligio รีวิวจากผู้ใช้บริการจริงจำนวนมากที่พึงพอใจกับผลลัพธ์การยกกระชับผิวและสลายไขมันด้วย Oligio หลายท่านให้ความเห็นว่าผิวหน้าดูกระชับขึ้น กรอบหน้าชัดเจน เหนียงลดลง และที่สำคัญคือไม่เจ็บขณะทำ
Oligio ราคาเท่าไหร่
สำหรับราคาการทำ Oligio ที่นฤชลคลินิกนั้น จะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้และบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามความเหมาะสมของปัญหาผิวแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า โดยทางคลินิกจะมีโปรโมชั่นและแพ็กเกจที่น่าสนใจอยู่เสมอ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาและโปรโมชั่นล่าสุดได้โดยตรงจากเจ้าหน้าที่ของนฤชลคลินิก
รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Oligio
เพื่อให้คลายข้อสงสัยต่างเกี่ยวกับการทำ Oligio เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาให้แล้ว
1. ทำ Oligio เจ็บไหม?
Oligio มีระบบทำความเย็นและระบบสั่นที่หัวเครื่องมือ ทำให้ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่น สบายผิว เจ็บน้อยมากหรือไม่เจ็บเลย หลายกรณีไม่ต้องใช้ยาชา
2. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์โดยทั่วไปอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิวเดิม และการดูแลตัวเองหลังทำ
3. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
ส่วนใหญ่เห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นเรื่อยใน 1-3 เดือน หากต้องการผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง แนะนำให้ทำซ้ำทุก 6-12 เดือน
4. อายุเท่าไหร่ถึงสามารถทำ Oligio ได้?
แนะนำสำหรับผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อยและริ้วรอย หรือต้องการป้องกันการเกิดปัญหาผิวในอนาคต
5. หลังทำ Oligio สามารถทาครีมบำรุงผิวได้ไหม?
สามารถทาครีมบำรุงผิวและแต่งหน้าได้ตามปกติทันทีหลังทำ ควรเน้นผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นและครีมกันแดด
ดูแลผิวหน้าให้เฟิร์มกระชับ ลดไขมันส่วนเกิน ที่ นฤชลคลินิก
การเลือกทำ Oligio ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว ลดไขมันส่วนเกิน โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ และไม่ต้องพักฟื้นที่นฤชลคลินิก เราพร้อมให้บริการ Oligio ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ปลอดภัย และดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นำโดยหมอก้อย พญ. นฤชล เทียนสิวากุล ผู้มีประสบการณ์ด้านผิวพรรณและความงามมากว่า 20 ปี คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการวิเคราะห์ปัญหาผิวอย่างตรงจุด พร้อมการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์ผิวที่เฟิร์มกระชับ อ่อนเยาว์ และดูเป็นธรรมชาติอย่างที่คุณต้องการ