เมื่ออายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนังย่อมลดลง ส่งผลให้ผิวเริ่มหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย และขาดความยืดหยุ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้หลายคนมองหาทางเลือกในการฟื้นฟูผิวพรรณเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งในปัจจุบันมี 2 เทคโนโลยียอดนิยมที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย บทความนี้ นฤชลคลินิก (Naruchon Clinic) คลินิกด้านผิวพรรณและความงามที่มุ่งเน้นการยกกระชับปรับรูปหน้าและดูแลผิวพรรณโดยแพทย์ จะพาไปทำความเข้าใจและเจาะลึกข้อมูลเปรียบเทียบอย่างตรงไปตรงมา เพื่อช่วยให้คุณเลือกโปรแกรมที่ตอบโจทย์สภาพผิวได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่าค่ะ
ทำความรู้จักเทคโนโลยียกกระชับผิวทั้ง 2 ประเภท
การดูแลผิวพรรณและโครงสร้างใบหน้าในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดดึงหน้าขนาดใหญ่ ซึ่งเครื่องมือที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ ได้แก่ Oligio กับ Ultraformer ซึ่งต่างก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวในการช่วยฟื้นฟูและยกกระชับปรับรูปหน้าให้แลดูเรียบตึงขึ้น
Oligio คืออะไร จุดเด่นและการทำงาน
Oligio คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวพรรณที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ส่งผ่านพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) มีจุดเด่นในเรื่องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ พร้อมทั้งช่วยจัดเรียงโครงสร้างผิวให้มีความหนาแน่นและกระชับยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบทำความเย็นอัจฉริยะ (Cooling System) ที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้ระคายเคืองและเจ็บน้อยลงขณะทำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการลดปัญหาผิวหลวม รูขุมขนกว้าง และช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
เทคโนโลยีของ Oligio ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อผิวของชาวเอเชียโดยเฉพาะ โดยหัวทิป (Tip) จะปล่อยพลังงานอย่างสม่ำเสมอและมีความเสถียรสูง ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวพรรณได้อย่างทั่วถึง ควบคู่ไปกับการลดไขมันสะสมส่วนเกินบริเวณแก้มตื้นๆ ทำให้ผิวพรรณแลดูเปล่งปลั่งและแน่นฟูขึ้นหลังเข้ารับบริการในระยะแรก และจะค่อยๆ เห็นการฟื้นฟูที่ดีขึ้นเมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์
Ultraformer คืออะไร จุดเด่นและการทำงาน
Ultraformer คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวและยกกระชับปรับรูปหน้าด้วยเทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (High Intensity Focused Ultrasound) ซึ่งส่งพลังงานลงลึกได้ถึงชั้นรอยต่อกล้ามเนื้อส่วนบนหรือชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า จุดเด่นของเครื่องมือนี้คือช่วยยกแก้มที่หย่อนคล้อย ปรับแนวกรามให้เด่นชัดขึ้น และช่วยโปรแกรมลดเหนียงใต้คางได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพลังงานจะกระตุ้นให้เนื้อเยื่อหดตัวและสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ส่งผลให้กรอบหน้าแลดูคมชัดและได้รูปทรงที่สวยงามยิ่งขึ้น
ด้วยการปล่อยพลังงานในลักษณะจุดความร้อนเล็กๆ (Thermal Coagulation Points) ไปยังตำแหน่งเป้าหมายที่ต้องการอย่างแม่นยำ เครื่องมือนี้จึงสามารถยกกระชับผิวหนังที่หย่อนยานให้หดตัวขึ้นด้านบน คล้ายกับการดึงหน้าในระดับลึก โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผิวหนังชั้นนอก ช่วยให้ผู้รับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังจากเข้ารับบริการเสร็จสิ้น
เปรียบเทียบชัดๆ Oligio vs Ultraformer ต่างกันอย่างไร
แม้ว่าทั้งสองเทคโนโลยีนี้จะได้รับความนิยมในด้านการยกกระชับปรับรูปหน้าและฟื้นฟูผิวพรรณเหมือนกัน แต่โครงสร้างการทำงานและผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเปรียบเทียบ Oligio vs Ultraformer จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราเลือกหัตถการที่ตรงกับความกังวลของผิวพรรณได้อย่างถูกต้อง
เทคโนโลยีพลังงาน (RF vs HIFU)
ความแตกต่างด้านแรกอยู่ที่ประเภทของพลังงานที่ส่งลงสู่ชั้นผิว
- Oligio (Monopolar RF): ปล่อยคลื่นวิทยุความถี่สูงในลักษณะแบบแผ่กระจายเป็นวงกว้าง พลังงานความร้อนจะกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในชั้นหนังแท้เพื่อหดกระชับเส้นใยคอลลาเจนเก่าและกระตุ้นการสร้างใหม่ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหนังขาดความยืดหยุ่น ผิวดูบาง และมีริ้วรอยเล็กๆ ทั่วใบหน้า
- Ultraformer (HIFU): ปล่อยคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่มีการรวมโฟกัสเป็นจุดพลังงานความร้อนขนาดเล็กเฉพาะเจาะจง พลังงานจะพุ่งตรงลึกลงไปสร้างรอยหดตัวขนาดเล็กในจุดที่ต้องการยกกระชับเพื่อดึงโครงสร้างผิวให้ตึงขึ้น เหมาะกับการปรับกรอบหน้าให้เด่นชัด

ชั้นผิวที่เครื่องส่งพลังงานไปถึง (Dermis vs SMAS)
ความลึกของชั้นผิวที่เป็นเป้าหมายในการรักษาคือหัวใจสำคัญของการเลือกหัตถการ
- Oligio (ลงลึกสูงสุดประมาณ 3.0 มิลลิเมตร): มุ่งเป้าไปที่ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนังตอนบน ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการสะสมของเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินหนาแน่น การส่งผ่านพลังงานในระดับนี้จะเน้นเรื่องการเพิ่มความยืดหยุ่น ความเต่งตึง และความแน่นของผิวหนังชั้นบน
- Ultraformer (ลงลึกสูงสุดประมาณ 4.5 มิลลิเมตร): สามารถส่งพลังงานลงไปได้ลึกกว่าจนถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่หุ้มกล้ามเนื้อใบหน้า การทำปฏิกิริยาในชั้นนี้จะช่วยดึงรั้งและพยุงโครงสร้างใบหน้าทั้งหมดให้ยกขึ้นจากภายในได้อย่างเด่นชัด
ปัญหาผิวแบบไหนที่ตอบโจทย์
การพิจารณาสภาพผิวและปัญหาความร่วงโรยของใบหน้าเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกโปรแกรมที่ใช่
- โปรแกรมที่เหมาะกับ Oligio: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าผิวเริ่มนิ่ม เหลว รูขุมขนเริ่มกว้างขึ้น มีริ้วรอยเล็กๆ บริเวณรอบดวงตาหรือหน้าผาก และต้องการให้ผิวหน้าแลดูแน่น อิ่มฟู มีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้การฟื้นฟูคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ของ Oligio ยังถือเป็นรากฐานที่ดีในการดูแลผิวพรรณ ซึ่งช่วยสนับสนุนผลลัพธ์ร่วมกับโปรแกรม รักษารอยสิวและหลุมสิว ให้ผิวมีความเรียบเนียนและแข็งแรงยิ่งขึ้นจากภายใน
- โปรแกรมที่เหมาะกับ Ultraformer: เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อยคล้อย แนวกรามไม่ชัดเจน มีร่องแก้มและร่องมุมปากลึกที่เกิดจากการหย่อนตัวของเนื้อเยื่อส่วนลึก รวมถึงผู้ที่ต้องการลดเหนียงใต้คางเพื่อปรับให้ใบหน้าแลดูมีมิติและคมชัดมากยิ่งขึ้น
ความรู้สึกขณะทำ และระยะเวลาในการเห็นผล
ความรู้สึกและระยะเวลาในการฟื้นตัวเป็นปัจจัยร่วมที่ผู้รับบริการให้ความสำคัญ
- Oligio: ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่นๆ สบายผิว และเจ็บน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากมีระบบสเปรย์ความเย็นอัจฉริยะคอยเคลือบและปกป้องผิวหนังชั้นบนตลอดเวลา ผลลัพธ์หลังทำจะสังเกตเห็นว่าผิวแน่นขึ้นบางส่วนหลังทำ และจะค่อยๆ เห็นการกระตุ้นคอลลาเจนที่ชัดเจนขึ้นเต็มที่ในช่วงเวลาประมาณ 3 ถึง 6 เดือนหลังทำ
- Ultraformer: ระหว่างทำผู้รับบริการอาจรู้สึกปวดหน่วงๆ ตึงๆ ลึกเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กับโครงกระดูกใบหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานได้ลงลึกถึงชั้น SMAS แล้ว ผลลัพธ์หลังการทำจะค่อยๆ เด่นชัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 2 ถึง 3 เดือนหลังทำ เนื่องจากร่างกายมีการสร้างคอลลาเจนใหม่มาเสริมโครงสร้างเนื้อเยื่อลึก
ทำ Oligio กับ Ultraformer คู่กันได้ไหม
สำหรับผู้รับบริการหลายคนที่มีปัญหาผิวพรรณหลายประการร่วมกัน เช่น มีทั้งผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัดเจน และผิวชั้นบนเริ่มบางและมีริ้วรอยตื้นๆ การทำโปรแกรมร่วมกันแบบผสมผสานหรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อสูตรการดูแลแบบ Oligio X และ Ultraformer ถือเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในการฟื้นฟูผิวพรรณอย่างครอบคลุม
เนื่องจากทั้งสองเทคโนโลยีนี้ทำงานส่งเสริมซึ่งกันและกันบนชั้นผิวที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดย Ultraformer จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นเสมือน “เสาเข็มลึก” ในการดึงชั้น SMAS เพื่อยกโครงสร้างใบหน้าโดยรวมให้กระชับตึงขึ้น ลดอาการแก้มย้อยและโปรแกรมลดเหนียงใต้คาง ขณะที่ Oligio จะเปรียบเหมือน “ปูนฉาบและสีเคลือบภายนอก” ที่เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ส่วนบน ช่วยเก็บรายละเอียดให้งานผิวพรรณแลดูเรียบเนียน นุ่มฟู และกระชับรูขุมขนได้อย่างกลมกลืน
การผสานสองเทคโนโลยีนี้ควบคู่กันจึงช่วยดูแลปัญหาความร่วงโรยของผิวหน้าได้อย่างครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างกล้ามเนื้อส่วนลึกไปจนถึงผิวหนังชั้นบนสุด ช่วยให้ผลลัพธ์การยกกระชับแลดูสวยงาม และแลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับโปรแกรม Oligio กับ Ultraformer
Oligio กับ Ultraformer ต่างกันอย่างไร
Oligio ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) เน้นกระชับผิวชั้นตื้นให้แน่นฟู รูขุมขนกระชับ และลดไขมันสะสมตื้นๆ บนแก้ม ส่วน Ultraformer ใช้พลังงานอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (HIFU) เน้นยกโครงหน้าจากชั้นกล้ามเนื้อลึก (SMAS) เพื่อแก้ไขความหย่อนคล้อยของกรอบหน้าและแนวกรามให้เด่นชัดขึ้น
ทำ Oligio คู่กับ Ultraformer พร้อมกันได้ไหม
คุณสามารถทำทั้งสองโปรแกรมพร้อมกันได้ในคราวเดียว โดยแพทย์มักจะแนะนำเนื่องจากให้ผลลัพธ์การฟื้นฟูผิวพรรณที่ครอบคลุมทุกระดับชั้นผิวอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดย Ultraformer จะเน้นการยกดึงโครงหน้าชั้นลึกให้ตึง ขณะที่ Oligio จะคอยเก็บงานผิวชั้นบนให้เรียบแน่นและดูอิ่มฟู
ระหว่าง Oligio vs Ultraformer เครื่องไหนเจ็บกว่ากัน
จากการเปรียบเทียบพบว่า Oligio จะเจ็บน้อยกว่าเนื่องจากใช้คลื่นวิทยุที่มีการปล่อยระบบแก๊สทำความเย็นอัจฉริยะปกป้องผิวหนังภายนอกตลอดเวลา ทำให้รู้สึกอุ่นๆ สบายผิว ขณะที่ Ultraformer พลังงานคลื่นเสียงจะยิงลงลึกจึงทำให้รู้สึกเสียวแปลบและปวดหน่วงบริเวณใต้ผิวหนังลึกๆ มากกว่า
อายุ 30+ ควรเลือกทำ Oligio หรือ Ultraformer
การเลือกทำขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผิวหลักของคุณ หากคุณเริ่มกังวลเรื่องริ้วรอยเล็กๆ ผิวหนังหลวมขาดความแน่นฟู และรูขุมขนกว้าง แนะนำให้ทำ Oligio แต่หากคุณเริ่มมีปัญหาเรื่องกระเปาะแก้มห้อย แนวกรามไม่ชัดเจน และร่องแก้มลึก แนะนำให้ทำ Ultraformer หรือประเมินเพื่อทำร่วมกัน

สรุปบทความ
การดูแลผิวหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์และกระชับอยู่เสมอจำเป็นต้องเลือกเทคโนโลยีที่ตรงกับสภาพผิวและความกังวลหลักของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการเน้นงานผิวที่แน่นฟูหรือการยกกระชับปรับรูปหน้าให้คมชัด หากคุณกำลังมองหา คลินิกเวชกรรม ที่พร้อมช่วยดูแลผิวหน้าของคุณ และยังไม่แน่ใจว่าจะทำ Oligio ที่ไหนดีที่ นฤชลคลินิก (Naruchon Clinic) เรามีแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินเคสอย่างละเอียด เพื่อออกแบบโปรแกรมยกกระชับที่ตอบโจทย์และให้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับคุณอย่างเป็นธรรมชาติและดูแลให้ปลอดภัยค่ะ